บริหารจัดการอาคาร: ปรับปรุงระบบไฟบ้าน (เดิม) ให้เป็นระบบไฟฟ้า (ใหม่) อย่างไรดี

บริหารจัดการอาคาร: ปรับปรุงระบบไฟบ้าน (เดิม) ให้เป็นระบบไฟฟ้า (ใหม่) อย่างไรดี ตู้ไฟฟ้า คืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของระบบไฟฟ้าในบ้านของเรา ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงไม่ควรมองข้าม หากคิดรีโนเวทบ้าน หรือต้องการปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าในบ้านของเรายังไว้ใจได้และปลอดภัยอยู่เสมอ

ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของตู้ไฟฟ้าที่เราต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกมาใช้งานในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในช่วงปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ

1.มิเตอร์ไฟ

ก่อนจะเลือกตู้ไฟฟ้าหรือตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตมาใช้งาน เราควรตรวจสอบขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าหน่วยวัดการใช้ไฟฟ้า (kW/Hours Meter) ของการไฟฟ้า ซึ่งติดตั้งอยู่ที่บริเวณเสาไฟหน้าบ้านว่า เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าทั้งบ้านหรือไม่ เช่น มิเตอร์การไฟฟ้าสำหรับบ้านพักอาศัยโดยทั่วไปนั้นจะอยู่ที่ 5(15)A

หมายความว่า ตัวเลข 5 ข้างหน้าจะบอกขนาดของมิเตอร์ไฟฟ้า สามารถรองรับกระแสไฟฟ้าต่อเนื่องได้ 5A และตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บ (15) เป็นค่ากระแสสูงสุดที่มิเตอร์ไฟฟ้าสามารถรองรับได้ (ต่อเนื่องกันไม่เกิน 3 ชั่วโมง) กระแสไฟฟ้าชั่วขณะที่รองรับได้ 15A ดังนั้นถ้าบ้านของเรา มีเครื่องปรับอากาศหลายตัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เมื่อมีการใช้ไฟฟ้าพร้อมๆกันเกิน 15A อาจจะทำให้การวัดของมิเตอร์ไฟฟ้าเริ่มเกิดความคลาดเคลื่อน และส่งผลให้มิเตอร์ไฟฟ้าอาจจะพังเสียหายได้ แนะนำว่าควรเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่เพื่อให้สามารถรองรับกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น เช่น เปลี่ยนขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น 15(45)A โดยสามารถติดต่อและแจ้งความประสงค์กับทางการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบได้เลย

2.เช็คตู้ไฟฟ้า (เดิม) ว่ามีอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วหรือไฟดูดติดตั้งหรือไม่

ถ้าตู้ไฟฟ้าเดิมเป็นตู้ไฟเก่าที่มีติดมาพร้อมกับตอนซื้อบ้านแล้ว เราควรตรวจสอบว่า มีอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วหรือไฟดูดหรือบางท่านเรียกว่า “เครื่องตัดไฟรั่ว” ติดตั้งมาด้วยหรือไม่ โดยทั่วไปอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีปุ่มสำหรับกดเพื่อทดสอบการทำงาน (ดูภาพประกอบ) ถ้าไม่มีอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วไฟหรือไฟดูดในวงจรเลย แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยอยู่ในบ้าน

3.อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วหรือไฟดูด หรือเครื่องตัดไฟรั่ว เลือกให้ถูก ใช้ให้เป็น

อุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วไฟหรือดูดโดยทั่วไปมี 2 รูปแบบ คือ

RCCB (Residual Current Circuit Breaker) ทำหน้าที่ป้องกัน “ไฟดูดและไฟรั่ว” อ้างอิงตามมาตรฐาน มอก. 2425-2552 และ IEC 61008 เครื่องตัดไฟรั่วนี้ไม่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้ จึงต้องติดตั้งควบคู่กับฟิวส์ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ด้วยทุกครั้ง

RCBO (Residual Current Circuit Breaker with Over Current Protection) ทำหน้าที่ป้องกันทั้ง “ไฟดูดและไฟรั่ว” รวมทั้งเพิ่มเติมด้วยการ “ป้องกันไฟฟ้าเกินพิกัด (Overload) และไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit)” ในตัวเดียวกัน อ้างอิงตามมาตรฐาน มอก. 909-2548 และ IEC 61009 จุดเด่นของเบรกเกอร์ชนิดนี้คือ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งคู่กับเบรกเกอร์ จึงประหยัดพื้นที่ภายในตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต ลดความยุ่งยากในการเปลี่ยนหรือปรับปรุงตู้คอนซูมเมอร์ยูนิตที่มีอยู่เดิมหรือติดตั้งใหม่

4.เลือกซื้อตู้ไฟฟ้า..ดูจากความต้องการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า

ตู้ไฟฟ้าเมื่อติดตั้งแล้วจะอยู่คู่กับบ้านไปอีกนาน และอาจจะไม่เปลี่ยนอีกเลย ถ้าไม่คิดจะปรับปรุงระบบไฟฟ้าในบ้านใหม่ ดังนั้นการเลือกซื้อตู้ไฟฟ้ามาใช้งาน ให้พิจารณาจากจำนวนวงจรย่อยที่เจ้าของบ้านต้องการใช้โหลดหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ โดยช่างไฟฟ้าหรือผู้ออกแบบระบบไฟฟ้า อาจเลือกแบ่งจากตำแหน่งการใช้งาน